พญานาค เป็นราชาแห่งงู จัดเป็นเดรัจฉานด้วย
เพราะมีลำตัวไปทางขวางและไม่สามารถบรรลุธรรมได้ แต่ก็จัดอยู่ฝ่ายสุคติภูมิ
อยู่สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา พญานาคเลื้อยไปด้วยอกไม่เหมือนงูทั่วไป จะชูคอตลอด
ต้องอ้าปากตลอดเพราะร้อนจากภายในด้วยวิบากกรรม มีพิษที่ เขี้ยว ผิวกาย ลมหายใจ
และพิษที่ตา แปลงร่างได้ แต่ต้องกลับคืนเป็นพญานาคเมื่อเกิด ลอกคราบ
เสพสังวาสกันนาคด้วยกัน นอนหลับ ตายตำนานของพญานาคที่เกี่ยวกับพระโพธิ์สัตว์
องค์สมเด็จพระสัมมาาสัมพุทธเจ้าสมัยที่ยังบำเบ็ญบารมีขณะที่เป็นพระโพธิสัตว์อยู่
ก็เคยลงมาเสวยพระชาติเป็นพญาคในชาติที่เกิดเป็นภูริทัตต์ในพระชาติที่ ๖
ในทศชาติชาดก เรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญศีลบารมี คือการารักษาศีล . มีเรื่องเล่าว่า
ภูริทัตตนาคราชไปจำศีลอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา. ยอมอดทนให้หมองูจับไปทรมานต่าง ๆ
ทั้ง ๆ ที่สามารถจะทำลายหมองูได้ด้วยฤทธิ์
มีใจตั้งมั่นต่อศีลของตนยอมทรมานยอมตัวตายดีกว่าให้ศีลที่ตั้งใจรักษาไว้ขาด
ในที่สุดก็ได้อิสรภาพ.
เรื่องของพญานาคในสมัยพุทธกาล
ก็มีอยู่ในครั้งที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสาวกจะเสด็จขึ้นสู่ดาวดึงส์เทวโลก
สววรค์ชั้นดาวดึงค์ มีพญานาคผู้ทรงฤทธิ์ตนหนึ่งชื่อ นันโทปนันทนาคราช
ได้แผ่พังพานกางกั้นไม่ให้พระพุทธองค์ขึ้นไป
พระพุทธเจ้าทรงให้พระมหาโมคคัลลาน์อัครสาวกผู้มากด้วยฤทธิ์ไปปราบลงได้
และได้รับการลงโทษให้เป็นนาคธรรมบาล หรือนาคพิทักษณ์พระพุทธศาสนา
ตามที่เห็นเป็นบันใดนาคตามวัดต่างๆ
และยังเป็นที่มาของหนึ่งในบทสวดพาหุึงฯที่ขึ้นต้นด้วย " นันโทป..."
ภูมิหลักพญานาคจะอยู่เมืองบาดาล หรือใต้พิภพ
เป็นภูมิที่เกี่ยวข้องกับน้ำเป็นส่วนใหญ่ เป็มอีกมิติหนึ่ง
ผู้ที่มีทิพย์จักษุญานหรือผู้ที่ทรงอภิญญาเท่านั้นที่สามารถจะเห็นและรู้ได้
และมีมิติซ้อนที่เชื่อมอยู่กับโลกมนุษย์ในสถานที่ต่างๆเช่นแม่น้ำโขง ทะเลสาบ
แำหล่งน้ำสำคัญ และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆี
พญานาคจะมีดวงแก้วคู่บารมีซึ่งอยู่ที่คอ จะบังเกิดด้วยบุญของตนสามารถเนรมิต
อาหารทิพย์ ของทิพย์ต่าง ๆ ได้ พญานาคเมื่อปรากฎกายให้มนุษย์ทั่วไป
เห็นอาจจะเป็นในลักษณะของงูขนาดใหญ่
จะแสดงกายทิพย์หรือกายที่แท้จริงให้ผู้ที่มีทิพย์จักษุญาน ผู้ทรงคุณธรรมวิเศษ
หรือพระอริยเจ้าเท่านั้น
คนธรรมดาที่ไม่รักษาศีลจะไม่สามารถเห็นพญานาคในกายทิพย์ของเขาได้เว้นแต่มีเหตุจำเป็นบางประการ
พญานาคมีอยู่ตั้งแต่สวรรค์ชั้น จตุมหาราชิกา จนถึงพื้นมนุษย์บ แล้วก็มีอยู่
ทั่วโลก เคยมีคนเป็น
พญานาคตระกูลกัณหาโคตมะ
(ผิวสีดำ)ที่ตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์
แม่น้ำสายหนึ่งของเมือง เซลยู (Seljord)ด้วยนะครับ
ชาวเมืองแถวนั้นก็เคยเห็นกัน
แต่พญานาคใต้บาดาลแถบนั้น มีจำนวนไม่มากนัก คือ น้อยกว่าแม่น้ำโขง ,
มีอายุไม่ยืน เท่าที่แม่น้ำโขงด้วยแค่ 200 กว่าปีเอง
(อายุของนาคแต่ละประเภทไม่เท่ากัน)
พญานาคแบ่ง ออกเป็น 4 ตระกูลใหญ่ คือ
ตระกูลวิรูปักษ์ พญานาคตระกูลสีทอง

ตระกูลเอราปถ
พญานาคตระกูลสีเขียว
ตระกูลฉัพพยาปุตตะ พญานาคตระกูลสีรุ้ง
และตระกูลกัณหาโคตมะ พญานาคตระกูลสีดำ
นอกจากนี้พญานาคยังแยกกลุ่มได้อีกหลายกลุ่มตามภูมิประเทศต่างๆ
**พญานาคเกิดได้ทั้ง 4 แบบ คือ
แบบโอปปาติกะเกิดแล้วโตทันที
แบบสังเสทชะ เกิดจากเหงื่อไคล สิ่งหมักหมม
แบบชลาพุชะเกิดจากครรภ์
แบบอัณฑชะเกิดจากฟองไข่
พญานาคชั้นสูงเกิดแบบโอปปาติกะ
เป็นชนชั้นปกครอง ที่อยู่ของพญานาคมีตั้งแต่ในแม่น้ำ หนอง คลอง บึงต่างๆ
ในอากาศ จนไปถึงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา พวกพญานาคอยู่
ในการปกครองของท้าววิรูปักษ์(ท้าววิรูปักษ์เป็นหนึ่งในท้าวมหาราชทั้ง 4
ที่ปกครองสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา)
รูปท้าวมหาราชทั้ง ๔ วัดท่าซุง ต.น้ำซึม
จ.อุทัยธานีท้าวจตุมหาราชทั้ง 4 ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา
-ท้าวธตรฐมหาราช ทำหน้าที่ปกครองคนธรรพ์
-ท้าววิรุฬหก ปกครองกุมภัณฑ์
-ท้าววิรูปักษ์มหาราช ปกครองเหล่านาคทั้งหลาย
-ท้าวเวสสุวรรณมหาราช
ปกครองยักษ์
ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาด้านทิศตะวันตก
เหตุที่มาเกิดเป็นพญานาคเพราะทำบุญเจือด้วยราคะ
หรือมีจิตผูกพันธ์กับแม่น้ำและพญานาค หรืออธิฐานจิตขอเกิดเป็นพญานาค
หรือมีวิบากกรรมต้องมาเกิดเป็นพญานาค
(ถึงแม้ทำบุญมามากแค่ไหนพอที่จะไปเกิดสวรรค์ชั้นสูง ๆ กว่านี้ได้
แต่ถ้ามีจิตผูกพันธ์ ยึดติดกับอะไรตายไปก็จะไปตรงนั้น)
ดังนั้นควรยึดถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งสูงสุดเพราะเป็นสรณะอันประเสริฐที่สุดเพียงหนึ่งเดียว